Drew Barrymore (ดรูว์ แบร์รี่มอร์)

เธอได้เป็นนางแบบโฆษณาสินค้า ตั้งแต่อายุเพียง 9 เดือน เมื่อตระหนักว่าเธอ ต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการแสดง เธอได้รับบทบาททั้งในจอเงินและจอแก้วเด็กหญิงผู้มีความกระตือรือร้นสูงรู้ดีว่าเธอจำเป็นต้องมีประสบการณ์การแสดงมากกว่านี้ เธอจึงเริ่มหาบทในละครทีวีและจอเงิน ในหนังเรื่องแรก เธอได้รับบทเป็นลูกสาวของจอห์น เฮิร์ท และหนังเรื่องต่อไป ของเธอ คือ จุดเริ่มต้นของโลกบันเทิง เมื่อมนุษย์ต่างดาวตัวเล็ก ๆ ในหนังเรื่อง E.T. ได้ ทำลายสถิติทั้งหมด ที่เคยมีอยู่ของบ็อกซ์ออฟฟิศ ถึงจำนวนผู้ชมที่ต่อแถวกันยาวเหยียดรอดูหนังเรื่องนี้ในโรงหนัง หนูน้อยอายุ 7 ขวบ ก็ได้กลายเป็นดาราใหญ่ และดูเหมือนว่าเธอจะทำได้ดีอย่างน้อยก็ในหนังเรื่องต่อ ๆ มาของเธอไม่ว่าจะเป็น Irreconcilable Differences, Firestarter และ Cat’s Eye

เครดิตฟรี

แม้จะประสบความสำเร็จ ในหน้าที่ี่การงานแต่เธอกลับติดเหล้า และตามด้วยยาเสพย์ติดอีกหลายชนิด แม้มีอายุได้เพียง 9 ขวบ เมื่อดูในหนัง ดรูว์ ดูมีชีวิตชีวาแต่ชีวิตจริงของเธอกลับเละเทะ ทำไมจึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับคนที่มีอาชีพการงาน ที่มั่นคงตั้งแต่อายุได้ 4 ขวบ

สล็อต

แต่เมื่อถึงจุดอิ่มตัว แบร์รี่มอร์ ซึ่งเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นก็ได้ไปรับการรักษาที่คลินิกบำบัดผู้ติดยาเสพย์ติด และเริ่มฟื้นฟูสุขภาพ เธอได้เขียนหนังสือชีวประวัติส่วนตัว ชื่อว่า Little Girl Lost ออกมา เธอได้เริ่มงานแสดงของเธอใหม่โดยเล่นละครซีรี่ส์ รับบท ซึ่งแตกต่าง จากฮอลลีวูดอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าเด็กสาวจะประสบความสำเร็จเรื่องเลิกยาแต่ชีวิตของเธอก็ใช่ว่า จะราบเรียบ น่าเบื่อหน่าย เธอถ่ายรูปนู้ด ในนิตยสารหลาย ๆ เล่ม รวมถึง Late Night with David Letterman และ Playboy มีข่าวลือ ว่าพ่อทูนหัวของเธอซึ่งเป็นผู้กำกับที่โด่งดัง ได้ส่งผ้าห่มไปให้เธอ พร้อมกับข้อความ “เอาไปห่มซะ”

สล็อตออนไลน์

นอกจากนี้การได้เล่นหนังเขย่าขวัญ ซึ่งขณะนี้ มีคนทำออกมาเยอะเหลือเกิน ซึ่งก็คือ Scream ทำให้ แบรี่มอร์ มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาอีกครั้ง เธอรับบทหญิงสาวผู้ซึ่งอาจจะตกเป็นเหยื่อของผู้คนที่อยู่รอบข้างเธอ นอกจากหนังเรื่องอื่น ๆ ที่เธอเล่นไม่ว่าจะเป็น Everyone Says I Love You ของ วู้ดดี อัลเลน หรือ Ever After และ The Wedding Singer

jumboslot

ในด้านงานเบื้องหลัง เธอประสบความสำเร็จในฐานะผู้อำนวยการสร้างภายใต้แบนเนอร์ฟลาวเวอร์ ฟิล์มส์ของตัวเอง ด้วยผลงานภาพยนตร์ฮิตอย่าง “Never Been Kissed,” “Charlie’s Angels” และ “50 First Dates” นอกเหนือจากการอำนวยการสร้างภาพยนตร์แล้ว แบร์รีมอร์ยังได้ร่วมแสดงกับคาเมรอน ดิแอซและลูซี ลิวใน “Charlie’s Angels” และ “Charlie’s Angels: Full Throttle” ซึ่งทำรายได้รวมกันห้าร้อยล้านเหรียญทั่วโลก

slot

เธอได้รับคำชมจากทั้งนักวิจารณ์และผู้ชมสำหรับการแสดงของเธอในคอเมดีหลากหลายประเภท ได้แก่โรแมนติกคอเมดีเรื่อง “Music and Lyrics” ที่เธอร่วมแสดงกับฮิวจ์ แกรนท์, “Fever Pitch” ที่เธอแสดงประกบจิมมี ฟอลลัน ภายใต้การกำกับของพี่น้องฟาร์เรลลีและ “50 First Dates” ที่เธอแสดงประกบอดัม แซนด์เลอร์ แบร์รีมอร์ยังได้นำแสดงในภาพยนตร์ปี 2007 เรื่อง “Lucky You” ให้กับผู้กำกับเคอร์ติส แฮนสัน ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ของเธอได้แก่ ภาพยนตร์อัตชีวประวัติเสียดสีของจอร์จ คลูนีย์เรื่อง “Confessions of a Dangerous Mind” ที่เธอร่วมแสดงกับแซม ร็อคเวล, ภาพยนตร์โดยเพนนี มาร์แชลเรื่อง “Riding in Cars with Boys,” “Never Been Kissed” ซึ่งเป็นผลงานการอำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอและคอเมดีฮิต “The Wedding Singer” ที่เธอแสดงประกบอดัม แซนด์เลอร์

ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ของเธอได้แก่ “Stephen King’s Cat’s Eye,” “Far From Home,” “Poison Ivy,” “Guncrazy” ซึ่งทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อชิงอีกหนึ่งรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม, “Bad Girls,” Herbert Ross’ “Boys on the Side,” “Mad Love,” “Batman Forever,”แบร์รีมอร์ได้นำแสดงและอำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง “He’s Just Not That Into You” คอเมดีที่เธอร่วมแสดงกับเจนนิเฟอร์ อานิสตัน, สการ์เล็ตต์ โยฮันสันและเบน แอฟเฟล็ค

รีแอนนา จากนักร้องสู่แม่ค้าผู้ปฏิวัติวงการความงามด้วย Fenty Beauty

รีแอนนา คือหนึ่งในคนดังที่ต่อต้านการเหยียดสีผิวและต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ เธอเชื่อมั่นในความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน สีผิวอะไร รูปร่างอย่างไร หรือวัยใด ทุกคนก็ล้วนมีความงามที่เปล่งประกายอยู่ในตัวทั้งสิ้น และในยุคที่มีกระแสเรียกร้องให้เคารพความแตกต่างหลากหลายมากขึ้นเรื่อย ๆ รีแอนนาก็เลือกหยิบเอาประเด็นเหล่านี้มาถ่ายทอดผ่านแบรนด์เครื่องสำอาง Fenty Beauty by Rihanna ที่เธอปลุกปั้นได้อย่างลงตัว ทั้งยังสร้างแรงกระเพื่อมได้ถึงขั้นปฏิวัติอุตสาหกรรมความงามได้เลยทีเดียว

เครดิตฟรี

นักร้องสาวที่สนุกกับการทำธุรกิจจนไม่รู้ว่าจะหันกลับไปร้องเพลงอีกเมื่อไหร่คนนี้ มีชื่อเต็ม ๆ ว่า โรบิน รีแอนนา เฟนตี้ (Robyn Rihanna Fenty) เกิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1988 ที่ประเทศบาร์เบโดส ความสามารถบวกกับพรสวรรค์ด้านเสียงเพลงของเธอไปเตะตา อีวาน โรเจอร์ส (Evan Rogers) โปรดิวเซอร์ชื่อดังชาวอเมริกันที่เดินทางมาบาร์เบโดสในปี 2003 ทำให้ต่อมารีแอนนาย้ายไปสหรัฐอเมริกาเพื่อตามหาความฝันในวงการดนตรี และทำเพลงโดยมีโรเจอร์สเป็นผู้แนะนำ

สล็อต

เธอออกอัลบัมแรก Music of the Sun ในปี 2005 และนับถึงทุกวันนี้ รีแอนนาก็ออกผลงานมาแล้ว 8 สตูดิโออัลบัม มีเพลงฮิตมากมาย อย่าง Umbrella, What’s My Name?, Diamonds เป็นต้น ทั้งยังกวาดรางวัลไปเพียบทั้ง Grammy Awards, Billboard Music Awards, American Music Awards ฯลฯ เท่านั้นไม่พอ รีแอนนายังกระโดดไปมีผลงานในจอเงินอีกหลายเรื่อง ทั้ง Battleship (ปี 2012), Valerian and the City of a Thousand Planets (ปี 2017), Ocean’s 8 (ปี 2018), Guava Island (ปี 2019)

สล็อตออนไลน์

ไม่เพียงโดดเด่นเรื่องผลงานเพลงหรือการแสดง แต่บุคลิกและการแสดงออกอย่างมั่นใจของเธอก็โดดเด่นไม่แพ้กัน และไม่ว่าจะปรากฏตัวในลุคไหน สิ่งที่สะกดสายตาทุกคนให้จับจ้องได้ก็คือ “เครื่องสำอาง” ที่แต่งแต้มใบหน้าของเธอ ซึ่งเรื่องนี้ต้องย้อนไปสมัยรีแอนนายังเด็กที่เห็นแม่แต่งหน้าเกือบทุกวัน เธอจึงตกหลุมรักเครื่องสำอางมาตั้งแต่ตอนนั้น กระทั่งเป็นวัยรุ่น รีแอนนาก็เริ่มหลงใหลเครื่องสำอาง และหนึ่งในเครื่องสำอางที่เธอชอบมาก ๆ ก็คือ “รองพื้น” เพราะเปรียบเสมือนผิวของคนเรานั่นเอง

jumboslot

เมื่อรีแอนนาประสบความสำเร็จเปรี้ยงปร้างกับงานเพลงไปแล้ว เธอก็ขอหันมาทุ่มเทให้กับสิ่งที่เธอรักอีกอย่างหนึ่งก็คือ เครื่องสำอาง ด้วยการสร้างแบรนด์ Fenty Beauty โดยทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม เข้าไปคลุกวงในทั้งการดูแลส่วนผสม ผลิตภัณฑ์ และหน้าตาของบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ทั้งหมดสะท้อนตัวตนของเธอมากที่สุด

slot

รีแอนนาใช้เวลาร่วม 2 ปี พัฒนาทุกอย่างจนตรงกับความต้องการ จึงเปิดตัวแบรนด์ Fenty Beauty ภายใต้ LVMH ของ แบร์นาร์ด อาร์โนลต์ (LVMH คือเครือใหญ่ที่รวมแบรนด์ไฮเอนด์ไว้มากมาย อาทิ Louis Vuitton, Fendi, Givenchy) วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Fenty Beauty ในร้าน Sephora ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจของ LVMH ด้วยเช่นกัน และจัดงานเปิดตัวพร้อมกัน 17 ประเทศทั่วโลก เมื่อวันที่ 8 กันยายน ปี 2017 ก่อนจะขยายไปอีกหลายประเทศในภายหลังทั้งแบรนด์เครื่องสำอาง ชุดชั้นใน หรือเสื้อผ้าของรีแอนนา ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ช่วยแต่งแต้มสีสันให้ชีวิตเท่านั้น แต่ยังส่งสารถึงทุกคนว่า เราต่างมีความสวยงามในแบบของเรา และจงมั่นใจในตัวเองไม่ว่าจะมีสีผิวหรือรูปร่างแบบใดก็ตาม เพราะถึงเวลาที่โลกต้องเคารพความแตกต่างหลากหลายอย่างแท้จริงได้แล้ว